ขั้นตอนขึ้นเครื่องบิน New Normal สุวรรณภูมิ 2020

สวัสดีค่ะทุกคน^^ โพสต์นี้จะมาอธิบายขั้นตอนขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่ ที่สุวรรณภูมิในยุค New normal นะคะ
จะเป็นอย่างไรบ้างตามไปขึ้นเครื่องกันเลยค่า ^^

Vlog บินเดี่ยวเที่ยวภูเก็ต 1 วัน ไฟลท์ดีเลย์ทั้งขาไปและขากลับ!! >> https://www.youtube.com/watch?v=hrLQNHGZKUo
.
รีวิว พามือใหม่ขึ้นเครื่องบิน @ สุวรรณภูมิ ภายใน 3 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=_-9Qn7u4BXs&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ
.
คลิป พาเข้าห้องน้ำบนเครื่องบิน ภายใน 2 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=QNjDALQ9024&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=3
.
วันนี้เราขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สนะคะ เวลา 14:40 น.
ก่อนอื่นคุณต้องดูก่อนว่าจองไปกับสายการบินอะไร และเครื่องออกเวลากี่โมง 

ต้องมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 1.30 ชั่วโมงนะคะ

เรานั่งแอร์พอร์ตลิ้งค์มาค่ะ แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้น 4 ค่ะ จะเป็นส่วนของผู้โดยสารขาออก 
ถ้าใครนั่งแท็กซี่มา คนขับก็จะมาส่งที่ชั้น 4 ค่ะ ส่วนไฟลท์ในประเทศ เคาท์เตอร์เช็คอินจะอยู่แถวๆประตู 2

(จะมี 10 ประตูค่ะ บางทีคนขับจะถามว่าลงประตูไหน ถ้าไฟลท์ในประเทศก็บอกไปเลยว่าลงประตู 2
ถามว่าลงประตู 10 ได้มั้ย ก็ได้เช่นกันค่ะ แต่เราจะเดิยย้อนกลับมาไกลมาก)

มาถึงชั้น 4แล้วค่ะ คนเบาบางมาก >< มาถึงประมาณบ่ายโมงค่ะ


จากนั้นมองหาไฟลท์บอร์ดค่ะ จะเป็นหน้าจอแสดงเที่ยวบินต่างๆค่ะ 
เราต้องไปดูว่าเคาท์เตอร์สายการบินที่เราใช้บริการ ต้องไปเช็คอินที่ ROW (แถว)ไหน

ไฟลท์บอร์ดหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ 


เดินมาดูใกล้ๆ จะมีชื่อสายการบิน เวลาที่เครื่องออก  
อย่างของเราบินบางกอกแอร์เวย์สไปเชียงใหม่เวลา 14:40 น. เช็คอินที่ ROW F ค่ะ
status (สถานะ) ตอนนี้เปิดให้เช็คอินได้แล้วค่ะ เดินไป ROW F กันค่ะ


ROW F อยู่นี่


สาเหตุที่ต้องมาก่อนตั้งชั่วโมงครึ่ง เพราะจะมีเวลาปิดเคาท์เตอร์เช็คอินด้วยค่ะ 
อย่างของบางกอกแอร์เวย์เคาท์เตอร์ปิดก่อนเครื่องออก 40 นาทีค่ะ 

(อย่างถ้าเครื่องออก 14:40 น. แต่เรามาถึง 14:10 น. แปลว่าเคาท์เตอร์ปิดไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้วนะคะ 
ทางสายการบินก็แจ้งไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นขึ้นเครื่องบิน เวลาเป็นสิ่งสำคัญค่ะ )


เดินไปเช็คอินค่ะ เข้าไปต่อแถว พอถึงคิวเราก็ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค่ะ 
(ถ้าไปต่างประเทศจะใช้พาสปอร์ตเท่านั้น)

ถ้าใครมีกระเป๋าใบใหญ่ก็โหลดได้ค่ะ ตามน้ำหนักที่สายการบินกำหนด ถ้าน้ำหนักเกินก็ต้องจ่ายเพิ่ม 
อย่างของสายนี้ ช่วงนี้โหลดกระเป๋าฟรี 40 กิโลค่ะ ของเรามีแค่กระเป๋าเป้ เลยไม่ได้โหลดค่ะ

แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้ Boarding pass (บัตรผ่านขึ้นเครื่อง) มาให้เราค่ะ
หน้าตาเป็นแบบนี้ มาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง



Flight : หมายเลขเที่ยวบินค่ะ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ2ตัวแรกคือ รหัสสายการบิน 
ส่วนตัวเลข คือหมายเลขเที่ยวบินค่ะ
หลายคนอาจจะได้ยินบ่อยๆ เช่น TG อันนี้รหัสของการบินไทยค่ะ 
ส่วนของบางกอกคือ PG ค่ะ
Boarding time : เวลาที่เจ้าหน้าที่จะเรียกขึ้นเครื่อง
Gate : ประตูขึ้นเครื่อง ต้องไปรอขึ้นเครื่องให้ถูกGateด้วยนะคะ
Seat : ที่นั่งของเรา 
Name : ชื่อของเรา
From : บินจากเมืองไหน 
To : บินไปลงที่เมืองไหน
Date : วันที่เดินทาง
Departure time : เวลาที่เครื่องออก (take off)

ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้วเราจะเข้าไปในเกท(Gate)กันค่ะ

ทางเข้าจะอยู่ฝั่งซ้ายมือสุดของอาคารผู้โดยสารค่ะ ตรงนี้เลย


จากตรงนี้ก็สแกนคิวอาร์โค้ด  แล้วก็ไปกรอกข้อมูลต่อด้านในได้ค่ะ
แสดงบัตรประชาชนกับ boarding pass ให้เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเดินเข้ามาได้เลยค่ะ


พอผ่านเจ้าหน้าที่มายังไม่ได้สแกนกระเป๋าตรงนี้ค่ะ เมื่อก่อนก็คือสแกนตรงนี้ 
แต่ย้ายแล้วเพื่อลดความแออัด
เดินลงบันได้เลื่อนไปค่ะ


ยาวไป ยาวไป


ลงบันไดเลื่อนมาแล้ว เลี้ยวซ้ายนะคะ ยาวไปค่ะ 
เดินจนมาถึงสามแยกค่ะ Gate A1-9 เลี้ยวซ้ายนะคะ
Gate B1-9 เดินตรงเยื้องๆไปอีกค่ะ

วันนี้เราขึ้นเครื่องเกท A2 ค่ะ เลี้ยวซ้ายเลย 
ถ้างงหรือต้องการความช่วยเหลือจะมีเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ตรงนี้ด้วยนะคะ ^^


เดินตรงมาเรื่อยๆค่ะ ก็จะเจอป้ายบอกให้ไปจุดตรวจค้น (จุดที่ต้องสแกนกระเป๋า)

(แต่เราบินกับบางกอกแอร์เวย์ส ทางสายการบินมีห้องรับรองให้เข้าไปทานอาหาร นั่งพักผ่อนได้ค่ะ
เราเลยแวะไปทานอาหารก่อนค่ะ แล้วค่อยเข้าไปในเกท)


ทานเสร็จก็เดินกลับมาที่เดิม ขึ้นบันไดเลื่อนไปก็จะเจอจุดตรวจค้นค่ะ


ก่อนเข้าไปก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจ boarding pass อีกที อย่างวันที่เราบิน เจอผู้ชายคนนึง
เค้าต้องไปขึ้นเครื่องที่เกท B5ค่ะ ซึ่งมันคนละฝั่งเลย เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เค้าไปเช็คเกทมาใหม่ 
อย่างที่บอกค่ะ ขึ้นเครื่องบินต้องเผื่อเวลา นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไมเราต้องมาก่อนเวลาเครื่องออกเป็นชั่วโมง

ส่วนของติดตัว สาวๆไปเที่ยวทะเล ระวังพวกของเหลวต่างๆนะคะ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ต่างๆ 
ของเหลวพวกนี้ถ้าเกิน 100 ml. จะไม่อนุญาตให้ติดตัวขึ้นเครื่องค่ะ ต้องทิ้ง 
วิธีดูก็คือดูที่ข้างขวดเลยค่ะ อย่างถ้าข้างขวดเขียนว่า 120 ml. แปลว่า เกิน อันนี้ต้องทิ้งค่ะ

ถ้ามีโน๊ตบุค โทรศัพท์ก็เอาออกจากตัวค่ะ ใส่ตะกร้าแล้วก็เดินผ่านเครื่องสแกนค่ะ 

สแกนเสร็จเดินไปเกทกันค่ะ เดินหาเลย A2
ถึงแล้ว ไปเชียงใหม่ ไม่ผิดแน่นอน 
ถ้ามาแล้ว หน้าจอไม่ตรงกับในบอร์ดดิ้งพาสก็ต้องไปเช็คบนไฟลท์บอร์ดนะคะ 
เพราะบางทีก็มีการเปลี่ยนเกทค่ะ



เดินลงไปตามทางเลยค่ะ แอบถามเจ้าหน้าที่มาว่าไฟลท์นี้ผู้โดยสารเยอะมั้ย
เจ้าหน้าที่บอกว่า จองมาประมาณ 80 คนค่ะ คนก็จะบางตาแบบนี้ค่ะ
ปกติไฟลท์เชียงใหม่นี่ ขายดีค่ะ ไม่ว่าจะสายการบินไหน คนแน่นตลอด 


 ลงมาแล้วค่ะ นั่งรอเรียกขึ้นเครื่อง ใครอยากเข้าห้องน้ำ ด้านในเกทมีห้องน้ำค่ะ 

Social Distancing


เรียกขึ้นเครื่องแล้วค่ะ ไปค่ะ
ยื่น boarding pass กับบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค่ะ แล้วก็เดินมาตามทางเลย 


บนทางเดินแห่งความฝันนี้ ..


อย่าเพิ่งเก็บ boarding pass กับบัตรประชาชนนะคะ เข้ามาจะเจอลูกเรือรอต้อนรับอยู่หน้าประตูเครื่อง
ลูกเรือจะทำการเช็คอีกทีว่าเราขึ้นเครื่องไม่ผิดลำ

แล้วก็เดินหาที่นั่งค่ะ ถ้าไม่ทราบก็ถามลูกเรือค่ะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายนะคะ 
ลูกเรือเค้ามีหน้าที่ช่วยเหลือผู้โดยสารอยู่แล้วค่ะ ^^

ได้ที่นั่งแล้วรัดเข็มขัดด้วยนะคะ วิธีใส่ก็เหมือนกับเข็มขัดบนรถยนต์เลยค่ะ แค่เสียบหัวทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

(แต่เวลาปลดเข็มขัดต้องยกหัวเข็มขัดขึ้นนะคะ มันถึงจะปลดออก ^^ ต่างจากบนรถยนต์ค่ะ)


ส่วนกระเป๋าก็เก็บไว้บนที่เก็บสัมภาระด้านบนศีรษะ ตามรูปเลยค่ะ


ถ้าใครไม่อยากไว้ด้านบน เพราะมีของมีค่า อยากเอาไว้ติดตัว 
ก็สามารถสอดกระเป๋าไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าแบบนี้ค่ะ


ส่วนกระเป๋าด้านหน้าที่นั่งจะมี safety card ค่ะ กับถุงกระดาษเล็กๆ เผื่อเมาเครื่อง แล้วอยากอาเจียน


ระหว่างนี้ลูกเรือจะสาธิตการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยบนเครื่องก่อนที่เครื่องจะเทคออฟนะคะ
รับชมไปค่ะ เพลินๆ ^^

จากนั้นก็เทคออฟค่ะ bye bye BKK  มองเห็นสนามบินสุวรรณภูมิด้วย ^^


ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลายสายการบินจะมีการบริการ อาหารเครื่องดื่ม ของว่างต่างๆ แต่เนื่องจากโควิดก็เลย
งดบริการอาหารเครื่องดื่มบนเที่ยวบินค่ะ และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วยนะคะ

****ตอนนี้ทาง กพท. (สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย)
 ได้อนุญาตให้มีการจำหน่าย/ บริการอาหารเครื่องดื่ม บนเครื่องบินได้ 
โดยผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้น เวลารับประทานอาหารและเครื่องดื่ม
มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป


นั่งดูวิวไปค่ะ ประมาณชั่วโมงก็ใกล้จะถึงเชียงใหม่แล้ว ^^


ถึงเชียงใหม่แล้วค่ะ 


พอเครื่องจอดสนิท ทางลูกเรือก็จะประกาศให้ออกเป็นแถวๆค่ะ 
เช่น แถว1-5 หยิบสัมภาระแล้วเดินออกจากตัวเครื่องก่อน เพื่อลดความแออัดค่ะ 


เดินตามคนข้างหน้าไปเลยค่ะ 



จนมาเจอป้ายรับกระเป๋า เดินลงบันไดเลื่อนไปเลยค่ะ


ถ้าใครโหลดกระเป๋าจะมีหน้าจอบอกค่ะว่า เราต้องไปรับกระเป๋าที่สายพาน (Belt) หมายเลขอะไรค่ะ
อย่างไฟลท์นี้ ต้องไปรับกระเป๋าที่ Belt 2


หน้าตาสายพานเป็นแบบนี้ค่ะ ถ้าเราเห็นกระเป๋าเรา ก็ไปลากออกมาได้เลยค่ะ


วันนี้เราไม่ได้โหลดกระเป๋า ก็เดินออกมาได้เลย ^^



ถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ? สำหรับมือใหม่ ^^ 

สรุปขั้นตอนขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่2020คร่าวๆ 

ไปถึงสนามบินก่อนเครื่องออก 1.30 ชั่วโมง >> มองหาเคาท์เตอร์เช็คอิน >> ยื่นบัตรประชาชน
>> เดินไปฝั่งขาออก >> สแกนคิวอาร์โค้ด ลงทะเบียน >> ผ่านเข้ามาด้านใน มองหาเกทตัวเอง ฝั่ง AหรือB
>>เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปสแกนสัมภาระและร่างกาย >> เดินไปที่เกท >> รอเรียกขึ้นเครื่อง 
>> ขึ้นเครื่องแล้วรัดเข็มขัด เก็บสัมภาระ >> นั่งหลับ ฟังเพลง >> เครื่องลง >> หยิบสัมภาระ เดินตามคนข้างหน้ามาเรื่อยๆจนเจอ สายพานรับกระเป๋า 
>> ถ้าไม่ได้โหลดก็เดิน ออกมาเลยจ้า ^^


หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่นะคะ ^^ 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^^

รีวิว ขาเข้า สุวรรณภูมิ สำหรับมือใหม่ ll พร้อมพาเข้าเมืองโดยแอร์พอร์ตลิ้งค์ >> https://www.youtube.com/watch?v=p14L-3xtkg8&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=2

6 วิธีฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง จนได้ไปอเมริกาแบบฟรีๆ >> https://www.youtube.com/watch?v=EOFnLGlMmOw&list=PLMT6hOQ0XoJKhrmjS3SjKZBqFPEAZSbrF

E-book บันทึก 239 วันเมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ >> https://www.mebmarket.com/ebook-127839-บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ




รีวิว ต่อเครื่อง(transit) ไม่ยากอย่างที่คิด Halifax-Toronto-Manila-BKK

สวัสดีค่าทุกคน ^^

หลังจากมีรีวิวขั้นตอนขึ้นเครื่องบินมาแล้ว รีวิวนี้จะมาดูกันว่า การเปลี่ยนเครื่องหรือต่อเครื่อง(transit)นั้น
จะเป็นยังไงบ้าง ไม่ยากอย่างที่คิดนะ

**การเดินทางครั้งนี้เกิดจากเราได้ไปเป็นลูกเรือสำราญ บริษัทอเมริกันบริษัทหนึ่ง ช่วงที่เรือวิ่งอยู่แคนาดา
เราป่วยไม่สามารถทำงานต่อไปได้ หมอบนเรือเลยส่งเรากลับไทย เป็นที่มาของ Medical disembarkation

ติดตามชีวิตลูกเรือสำราญทั้ง 239 วัน ได้ที่ E-book
Ookbee >> https://www.ookbee.com/shop/book/9fd268ef-064c-4662-846f-5b05ac129501/บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ

Mebmarket >> https://www.mebmarket.com/ebook-127839-บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ



ไฟลท์ของเราเริ่มจากเมือง Halifax ที่แคนาดาค่ะจะกลับไทย
ใช้บริการของสายการบิน Air Canada + Philippine airlines การเดินทางทั้งหมด 3 ตุ๊บ
คือ ตุ๊บ 1 Halifax - Toronto
ตุ๊บ 2 Toronto - Manila
ตุ๊บ 3 Manila- BKK

จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปชมกันค่ะ ^^
เริ่มต้นจาก สนามบิน Halifax ค่ะ
 ทางเข้า



เดินเข้าเช็คอินที่เคาท์เตอร์ค่ะ โหลดกระเป๋า จะได้ boarding pass มา3 ใบ
ส่วนกระเป๋า รอรับที่สุวรรณภูมิได้เลย ที่เหลือต่อจากนี้คือพาตัวเองไปเกท ไปขึ้นเครื่องให้ได้แค่นั้นเอง

เข้าไปด้านในกันค่ะ


สแกนเสร็จ ขึ้นไปที่ชั้น3ค่ะ พอดีตั๋วเราเป็น Business class สามารถใช้บริการ Maple leaf lounge ได้ค่ะ
กดลิฟต์มาชั้น 3


เข้ามาในเลาจ์ก็สงบดีค่ะ คนไม่เยอะ มีชา กาแฟ ขนมปัง ไวน์ soft drink
มีปลั๊กไฟและ wi-fi ให้บริการ
เราเพิ่งทานเบอเกอร์มาค่ะ เลยไม่หิวเท่าไหร่ เปิดตู้แช่ ได้ชามะนาวมาจิบชิวๆ



ภายในเลาจ์
ปลั๊กไฟที่แคนาดา เป็นหัวแบนค่ะ ถ้าใช้ไอโฟนก็เสียบชาร์จได้เลย




ชาร์จแบต เล่นเน็ต ใกล้เวลาเรียกขึ้นเครื่องก็ไปชั้น 2 ค่ะ ไปเกทกัน ไฟลท์เราขึ้นเครื่องเกท 20 ค่ะ
เดินเข้ามา เจอเลย อยู่ตรงกลาง ไม่ต้องเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ^^


รอเรียกขึ้นเครื่องค่ะ


ขึ้นมาบนเครื่องแล้ว ได้นั่งแถวหน้าสุดค่ะ


คุณแอร์แจกเมนูให้ค่ะ


แล้วก็เทคออฟ บ๊าย Halifax จนกว่าเราจะพบกันใหม่



อาหารที่เราสั่งค่ะ ก่อนอาหารมา เราสั่งเป็นน้ำแอปเปิ้ลค่ะ  ของหวานเป็นแครอทเค้ก


ใกล้ค่ำแล้ว มุ่งหน้าสู่ Torontoค่ะ


นั่งมาเกือบ 2 ชั่วโมงก้มาถึงสนามบิน Toronto ค่ะ ดูที่ไฟลท์บอร์ด หาไฟลท์ตัวเองไม่เจอเลยถามเจ้าหน้าที่ ของเราบินข้ามทวีป ต้องไปที่ Terminal 3 ค่ะ เดินตามป้ายไปเลย


สนามบิน Toronto ใหญ่นะคะ เดินไปขึ้นรถไฟไป Terminal 3 ไกลหน่อย


ตามป้ายไป  ขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อไปนั่งรถไฟค่ะ


ชานชาลาเป็นงี้


นั่งรถไฟมาถึง Terminal 3 แล้วค่ะ


จากนั้นก็เข้าเกท ทำการสแกนก่อน ไฟลท์จากToronto ไปมะนิลา ดีเลย์ไปตอน ตี2:11 ค่ะทุกคน
รอวนไป  เกทเราอยู่ที่ เกท C36 ค่ะ ตามป้ายไปเลย


เดินมาเรื่อยๆ มีสตาร์บัค ร้านกาแฟ ร้านขายขนม เกทเราอยู่สุดทางเลยค่ะ
ทีอะเมซิ่งของเราคือ สนามบินที่นี่มีไอแพดจ้า ให้ผู้โดยสารได้เล่นกันแบบชิวๆ
 wi-fi ก็ฟรีและแรงด้วยค่ะ



จากการต่อเครื่องใช้เวลาเดินมาถึงที่เกทนี้ เกือบ 1 ชั่วโมงค่ะ ตอนนี้เพิ่งสามทุ่ม รอยาวไปยันตี1
กว่าจะเรียกขึ้นเครื่อง ของเคสเราทางสายการบินแจกvoucher ให้ด้วยค่ะ 15 ดอลล่าร์แคนาดา
ซื้ออะไรมาทานก็ได้ ถือขึ้นเครื่องได้ค่ะ ของเราเลยซื้อช็อคโกแลตกับน้ำแร่

เดินขึ้นเครื่องมาแล้วค่ะ ไฟลท์นี้ใช้เครื่องบินรุ่น Airbus A350 ค่ะ เพิ่งได้นั่งครั้งแรก
หลังจากเปิดตัวมาระยะนึงแล้ว  ที่นั่งค่ะ



ของยังชีพ สำหรับ 15 ชั่วโมงบนเครื่องค่ะ ไฟลท์นี้นานสุดที่เคยนั่งค่ะทุกคน
ตอนนี้เกือบตีสอง บอกเลยง่วงสุดพลัง จะนอนอย่างเดียว ฮ่าๆ


หน้าจอ เป็นงี้  หนังโอเคค่ะ มีใหม่ๆให้ดูแต่เพลง ไม่โอเค
พวก Maroon5 Bruno Mar อะไรพวกนี้ไม่มีเลยค่ะ


ทั้งไฟลท์มีบริการอาหารน่าจะ 3 หรือ 4 รอบไม่แน่ใจไม่ได้ถ่ายรูปไว้ค่ะ เพราะง่วงและปิดหน้าต่าง
ภายในเครื่องจะมืดๆเหมาะกับการนอน บินมา 13 ชั่วโมงแล้วค่ะ
ถามแอร์ว่าเมื่อไหร่จะถึง เค้าบอกอีก 2 ชั่วโมงค่ะ เย้ !!

บรรยากาศภายในเครื่อง ผู้โดยหลับบ้าง ดูหนังบ้าง


จากนั้นก็ถึงมะนิลาซะทีค่ะคุณผู้ชม เวลาท้องถิ่นตี5 เรารอต่อเครื่องไปกรุงเทพอีกตอน 9 โมงเช้าค่ะ
พอออกมาจากเครื่อง ต้องไปที่ Transfer desk ค่ะ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมผู้โดยสารแล้วพาไปนั่ง shuttle bus
ไปอีก Terminal นึงค่ะ

Finally ก็มาถึงTerminal 2 ค่ะคุณผู้ชม  ไม่ได้แลกตังค์ฟิลิปปินส์มาเลย ถามเค้าว่าใช้เงินดอลล่าร์ได้มั้ย
เค้าบอกว่าได้ แต่จะทอนเป็นเงินฟิลิปปินส์นะคะ


ไฟลท์กลับกรุงเทพ อยู่ที่เกท 7 ค่ะ เรียกขึ้นเครื่องแล้ว
ไฟลท์นี้ ใช้เครื่องบินรุ่น Boeing 777-300 ER ค่ะ ^^  เครื่องใหม่ดี บรรยากาศโอเค
ลูกเรือเต็มใจให้บริการ ยิ้มแย้มดีค่ะ

Mabuhay (มาบู๊ฮาย แปลว่า สวัสดี)


safety card ค่ะ


เครื่องเทคออฟก็เริ่มเสิร์ฟอาหารค่ะ มะม่วงแห้งคือดีค่ะคุณผู้ชม (อร่อย)


นั่งมาเรื่อย ใกล้ความจริงแล้วค่ะ การเดินทางอันแสนยาวนานข้ามทวีปของยูมิจัง 555+
และแล้วก็ Arrival !!!!!!!! Welcome to Thailand ค่าาาา


ถึงแล้วเดินออกจากเครื่องมา ถึงเที่ยงพอดี
แต่ร่างกายเราคือ เที่ยงคืน ง่วงมากและเพลียสุดจากไฟลท์ Toronto 15 ชั่วโมง !!! ฮ่าๆๆ

End of the walk way ค่ะ


ผ่าน ตม. แล้วมารอรับกระเป๋าได้เลยค่ะ ดูจากจอ ไฟลท์มะนิลาที่เรานั่งมา รับกระเป๋าที่ belt 11 ค่ะ



จบไฟลท์อันแสนยาวนานค่ะทุกคน
ต่อเครื่องหรือเปลี่ยนเครื่อง (Transit) ไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ

-โหลดกระเป๋า แล้วรอรับปลายทางได้เลย
**แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เช็คกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นตอนเช็คอินอีกรอบ เพื่อความชัวร์นะคะ

-เราจะได้ boarding pass มาครบทุกไฟล์ ของเรา 3 ตุ๊บ (3ไฟลท์) ก็จะได้มา 3 ใบ

-พอออกจากเครื่อง พาตัวเราไปที่เกทให้ได้ เช็คบนจอที่สนามบินที่เราไปถึงอีกรอบค่ะ

-เจ้าหน้าที่ภาคพื้นของ Air Canada ที่ Halifax น่ารัก ใจดีมากค่ะ เรางงๆเค้าก็อธิบายให้ฟัง
แถมยังบอกว่า เราสามารถใช้บริการเลาจ์ของเค้าได้ด้วยค่ะ ^^

-กระเป๋าที่เราโหลดมาจากแคนาดา พอมาถึงสุวรรณภูมิ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ค่ะ ฮี่ๆ

-Philippine Airlines ถือว่าโอเคเลยค่ะ ทั้งตัวเครื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนท์ อาหารและเครื่องดื่ม
พร้อมการบริการ ^^

หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับใครหลายๆคนที่เดินทางคนเดียว แต่กังวลเรื่องการต่อเครื่องนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ

มีคำถามสงสัยแวะไปที่เพจได้นะคะ >> https://www.facebook.com/Journeyofarrow/