แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นเครื่องบินครั้งแรก แสดงบทความทั้งหมด

ขั้นตอนขึ้นเครื่องบิน New Normal สุวรรณภูมิ 2020

สวัสดีค่ะทุกคน^^ โพสต์นี้จะมาอธิบายขั้นตอนขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่ ที่สุวรรณภูมิในยุค New normal นะคะ
จะเป็นอย่างไรบ้างตามไปขึ้นเครื่องกันเลยค่า ^^

Vlog บินเดี่ยวเที่ยวภูเก็ต 1 วัน ไฟลท์ดีเลย์ทั้งขาไปและขากลับ!! >> https://www.youtube.com/watch?v=hrLQNHGZKUo
.
รีวิว พามือใหม่ขึ้นเครื่องบิน @ สุวรรณภูมิ ภายใน 3 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=_-9Qn7u4BXs&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ
.
คลิป พาเข้าห้องน้ำบนเครื่องบิน ภายใน 2 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=QNjDALQ9024&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=3
.
วันนี้เราขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สนะคะ เวลา 14:40 น.
ก่อนอื่นคุณต้องดูก่อนว่าจองไปกับสายการบินอะไร และเครื่องออกเวลากี่โมง 

ต้องมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 1.30 ชั่วโมงนะคะ

เรานั่งแอร์พอร์ตลิ้งค์มาค่ะ แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้น 4 ค่ะ จะเป็นส่วนของผู้โดยสารขาออก 
ถ้าใครนั่งแท็กซี่มา คนขับก็จะมาส่งที่ชั้น 4 ค่ะ ส่วนไฟลท์ในประเทศ เคาท์เตอร์เช็คอินจะอยู่แถวๆประตู 2

(จะมี 10 ประตูค่ะ บางทีคนขับจะถามว่าลงประตูไหน ถ้าไฟลท์ในประเทศก็บอกไปเลยว่าลงประตู 2
ถามว่าลงประตู 10 ได้มั้ย ก็ได้เช่นกันค่ะ แต่เราจะเดิยย้อนกลับมาไกลมาก)

มาถึงชั้น 4แล้วค่ะ คนเบาบางมาก >< มาถึงประมาณบ่ายโมงค่ะ


จากนั้นมองหาไฟลท์บอร์ดค่ะ จะเป็นหน้าจอแสดงเที่ยวบินต่างๆค่ะ 
เราต้องไปดูว่าเคาท์เตอร์สายการบินที่เราใช้บริการ ต้องไปเช็คอินที่ ROW (แถว)ไหน

ไฟลท์บอร์ดหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ 


เดินมาดูใกล้ๆ จะมีชื่อสายการบิน เวลาที่เครื่องออก  
อย่างของเราบินบางกอกแอร์เวย์สไปเชียงใหม่เวลา 14:40 น. เช็คอินที่ ROW F ค่ะ
status (สถานะ) ตอนนี้เปิดให้เช็คอินได้แล้วค่ะ เดินไป ROW F กันค่ะ


ROW F อยู่นี่


สาเหตุที่ต้องมาก่อนตั้งชั่วโมงครึ่ง เพราะจะมีเวลาปิดเคาท์เตอร์เช็คอินด้วยค่ะ 
อย่างของบางกอกแอร์เวย์เคาท์เตอร์ปิดก่อนเครื่องออก 40 นาทีค่ะ 

(อย่างถ้าเครื่องออก 14:40 น. แต่เรามาถึง 14:10 น. แปลว่าเคาท์เตอร์ปิดไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้วนะคะ 
ทางสายการบินก็แจ้งไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นขึ้นเครื่องบิน เวลาเป็นสิ่งสำคัญค่ะ )


เดินไปเช็คอินค่ะ เข้าไปต่อแถว พอถึงคิวเราก็ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค่ะ 
(ถ้าไปต่างประเทศจะใช้พาสปอร์ตเท่านั้น)

ถ้าใครมีกระเป๋าใบใหญ่ก็โหลดได้ค่ะ ตามน้ำหนักที่สายการบินกำหนด ถ้าน้ำหนักเกินก็ต้องจ่ายเพิ่ม 
อย่างของสายนี้ ช่วงนี้โหลดกระเป๋าฟรี 40 กิโลค่ะ ของเรามีแค่กระเป๋าเป้ เลยไม่ได้โหลดค่ะ

แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้ Boarding pass (บัตรผ่านขึ้นเครื่อง) มาให้เราค่ะ
หน้าตาเป็นแบบนี้ มาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง



Flight : หมายเลขเที่ยวบินค่ะ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ2ตัวแรกคือ รหัสสายการบิน 
ส่วนตัวเลข คือหมายเลขเที่ยวบินค่ะ
หลายคนอาจจะได้ยินบ่อยๆ เช่น TG อันนี้รหัสของการบินไทยค่ะ 
ส่วนของบางกอกคือ PG ค่ะ
Boarding time : เวลาที่เจ้าหน้าที่จะเรียกขึ้นเครื่อง
Gate : ประตูขึ้นเครื่อง ต้องไปรอขึ้นเครื่องให้ถูกGateด้วยนะคะ
Seat : ที่นั่งของเรา 
Name : ชื่อของเรา
From : บินจากเมืองไหน 
To : บินไปลงที่เมืองไหน
Date : วันที่เดินทาง
Departure time : เวลาที่เครื่องออก (take off)

ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้วเราจะเข้าไปในเกท(Gate)กันค่ะ

ทางเข้าจะอยู่ฝั่งซ้ายมือสุดของอาคารผู้โดยสารค่ะ ตรงนี้เลย


จากตรงนี้ก็สแกนคิวอาร์โค้ด  แล้วก็ไปกรอกข้อมูลต่อด้านในได้ค่ะ
แสดงบัตรประชาชนกับ boarding pass ให้เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเดินเข้ามาได้เลยค่ะ


พอผ่านเจ้าหน้าที่มายังไม่ได้สแกนกระเป๋าตรงนี้ค่ะ เมื่อก่อนก็คือสแกนตรงนี้ 
แต่ย้ายแล้วเพื่อลดความแออัด
เดินลงบันได้เลื่อนไปค่ะ


ยาวไป ยาวไป


ลงบันไดเลื่อนมาแล้ว เลี้ยวซ้ายนะคะ ยาวไปค่ะ 
เดินจนมาถึงสามแยกค่ะ Gate A1-9 เลี้ยวซ้ายนะคะ
Gate B1-9 เดินตรงเยื้องๆไปอีกค่ะ

วันนี้เราขึ้นเครื่องเกท A2 ค่ะ เลี้ยวซ้ายเลย 
ถ้างงหรือต้องการความช่วยเหลือจะมีเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ตรงนี้ด้วยนะคะ ^^


เดินตรงมาเรื่อยๆค่ะ ก็จะเจอป้ายบอกให้ไปจุดตรวจค้น (จุดที่ต้องสแกนกระเป๋า)

(แต่เราบินกับบางกอกแอร์เวย์ส ทางสายการบินมีห้องรับรองให้เข้าไปทานอาหาร นั่งพักผ่อนได้ค่ะ
เราเลยแวะไปทานอาหารก่อนค่ะ แล้วค่อยเข้าไปในเกท)


ทานเสร็จก็เดินกลับมาที่เดิม ขึ้นบันไดเลื่อนไปก็จะเจอจุดตรวจค้นค่ะ


ก่อนเข้าไปก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจ boarding pass อีกที อย่างวันที่เราบิน เจอผู้ชายคนนึง
เค้าต้องไปขึ้นเครื่องที่เกท B5ค่ะ ซึ่งมันคนละฝั่งเลย เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เค้าไปเช็คเกทมาใหม่ 
อย่างที่บอกค่ะ ขึ้นเครื่องบินต้องเผื่อเวลา นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไมเราต้องมาก่อนเวลาเครื่องออกเป็นชั่วโมง

ส่วนของติดตัว สาวๆไปเที่ยวทะเล ระวังพวกของเหลวต่างๆนะคะ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ต่างๆ 
ของเหลวพวกนี้ถ้าเกิน 100 ml. จะไม่อนุญาตให้ติดตัวขึ้นเครื่องค่ะ ต้องทิ้ง 
วิธีดูก็คือดูที่ข้างขวดเลยค่ะ อย่างถ้าข้างขวดเขียนว่า 120 ml. แปลว่า เกิน อันนี้ต้องทิ้งค่ะ

ถ้ามีโน๊ตบุค โทรศัพท์ก็เอาออกจากตัวค่ะ ใส่ตะกร้าแล้วก็เดินผ่านเครื่องสแกนค่ะ 

สแกนเสร็จเดินไปเกทกันค่ะ เดินหาเลย A2
ถึงแล้ว ไปเชียงใหม่ ไม่ผิดแน่นอน 
ถ้ามาแล้ว หน้าจอไม่ตรงกับในบอร์ดดิ้งพาสก็ต้องไปเช็คบนไฟลท์บอร์ดนะคะ 
เพราะบางทีก็มีการเปลี่ยนเกทค่ะ



เดินลงไปตามทางเลยค่ะ แอบถามเจ้าหน้าที่มาว่าไฟลท์นี้ผู้โดยสารเยอะมั้ย
เจ้าหน้าที่บอกว่า จองมาประมาณ 80 คนค่ะ คนก็จะบางตาแบบนี้ค่ะ
ปกติไฟลท์เชียงใหม่นี่ ขายดีค่ะ ไม่ว่าจะสายการบินไหน คนแน่นตลอด 


 ลงมาแล้วค่ะ นั่งรอเรียกขึ้นเครื่อง ใครอยากเข้าห้องน้ำ ด้านในเกทมีห้องน้ำค่ะ 

Social Distancing


เรียกขึ้นเครื่องแล้วค่ะ ไปค่ะ
ยื่น boarding pass กับบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค่ะ แล้วก็เดินมาตามทางเลย 


บนทางเดินแห่งความฝันนี้ ..


อย่าเพิ่งเก็บ boarding pass กับบัตรประชาชนนะคะ เข้ามาจะเจอลูกเรือรอต้อนรับอยู่หน้าประตูเครื่อง
ลูกเรือจะทำการเช็คอีกทีว่าเราขึ้นเครื่องไม่ผิดลำ

แล้วก็เดินหาที่นั่งค่ะ ถ้าไม่ทราบก็ถามลูกเรือค่ะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายนะคะ 
ลูกเรือเค้ามีหน้าที่ช่วยเหลือผู้โดยสารอยู่แล้วค่ะ ^^

ได้ที่นั่งแล้วรัดเข็มขัดด้วยนะคะ วิธีใส่ก็เหมือนกับเข็มขัดบนรถยนต์เลยค่ะ แค่เสียบหัวทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

(แต่เวลาปลดเข็มขัดต้องยกหัวเข็มขัดขึ้นนะคะ มันถึงจะปลดออก ^^ ต่างจากบนรถยนต์ค่ะ)


ส่วนกระเป๋าก็เก็บไว้บนที่เก็บสัมภาระด้านบนศีรษะ ตามรูปเลยค่ะ


ถ้าใครไม่อยากไว้ด้านบน เพราะมีของมีค่า อยากเอาไว้ติดตัว 
ก็สามารถสอดกระเป๋าไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าแบบนี้ค่ะ


ส่วนกระเป๋าด้านหน้าที่นั่งจะมี safety card ค่ะ กับถุงกระดาษเล็กๆ เผื่อเมาเครื่อง แล้วอยากอาเจียน


ระหว่างนี้ลูกเรือจะสาธิตการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยบนเครื่องก่อนที่เครื่องจะเทคออฟนะคะ
รับชมไปค่ะ เพลินๆ ^^

จากนั้นก็เทคออฟค่ะ bye bye BKK  มองเห็นสนามบินสุวรรณภูมิด้วย ^^


ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลายสายการบินจะมีการบริการ อาหารเครื่องดื่ม ของว่างต่างๆ แต่เนื่องจากโควิดก็เลย
งดบริการอาหารเครื่องดื่มบนเที่ยวบินค่ะ และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วยนะคะ

****ตอนนี้ทาง กพท. (สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย)
 ได้อนุญาตให้มีการจำหน่าย/ บริการอาหารเครื่องดื่ม บนเครื่องบินได้ 
โดยผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้น เวลารับประทานอาหารและเครื่องดื่ม
มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป


นั่งดูวิวไปค่ะ ประมาณชั่วโมงก็ใกล้จะถึงเชียงใหม่แล้ว ^^


ถึงเชียงใหม่แล้วค่ะ 


พอเครื่องจอดสนิท ทางลูกเรือก็จะประกาศให้ออกเป็นแถวๆค่ะ 
เช่น แถว1-5 หยิบสัมภาระแล้วเดินออกจากตัวเครื่องก่อน เพื่อลดความแออัดค่ะ 


เดินตามคนข้างหน้าไปเลยค่ะ 



จนมาเจอป้ายรับกระเป๋า เดินลงบันไดเลื่อนไปเลยค่ะ


ถ้าใครโหลดกระเป๋าจะมีหน้าจอบอกค่ะว่า เราต้องไปรับกระเป๋าที่สายพาน (Belt) หมายเลขอะไรค่ะ
อย่างไฟลท์นี้ ต้องไปรับกระเป๋าที่ Belt 2


หน้าตาสายพานเป็นแบบนี้ค่ะ ถ้าเราเห็นกระเป๋าเรา ก็ไปลากออกมาได้เลยค่ะ


วันนี้เราไม่ได้โหลดกระเป๋า ก็เดินออกมาได้เลย ^^



ถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ? สำหรับมือใหม่ ^^ 

สรุปขั้นตอนขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่2020คร่าวๆ 

ไปถึงสนามบินก่อนเครื่องออก 1.30 ชั่วโมง >> มองหาเคาท์เตอร์เช็คอิน >> ยื่นบัตรประชาชน
>> เดินไปฝั่งขาออก >> สแกนคิวอาร์โค้ด ลงทะเบียน >> ผ่านเข้ามาด้านใน มองหาเกทตัวเอง ฝั่ง AหรือB
>>เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปสแกนสัมภาระและร่างกาย >> เดินไปที่เกท >> รอเรียกขึ้นเครื่อง 
>> ขึ้นเครื่องแล้วรัดเข็มขัด เก็บสัมภาระ >> นั่งหลับ ฟังเพลง >> เครื่องลง >> หยิบสัมภาระ เดินตามคนข้างหน้ามาเรื่อยๆจนเจอ สายพานรับกระเป๋า 
>> ถ้าไม่ได้โหลดก็เดิน ออกมาเลยจ้า ^^


หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่นะคะ ^^ 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^^

รีวิว ขาเข้า สุวรรณภูมิ สำหรับมือใหม่ ll พร้อมพาเข้าเมืองโดยแอร์พอร์ตลิ้งค์ >> https://www.youtube.com/watch?v=p14L-3xtkg8&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=2

6 วิธีฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง จนได้ไปอเมริกาแบบฟรีๆ >> https://www.youtube.com/watch?v=EOFnLGlMmOw&list=PLMT6hOQ0XoJKhrmjS3SjKZBqFPEAZSbrF

E-book บันทึก 239 วันเมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ >> https://www.mebmarket.com/ebook-127839-บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ




ขั้นตอนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก : ดอนเมือง

สวัสดีค่ะ

หลังจากมีขั้นตอนขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิแล้ว มาดูฝั่งดอนเมืองกันบ้าง
(ขั้นตอนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก (มือใหม่) สุวรรณภูมิ คลิก>>http://iflytosky.blogspot.com/2015/02/blog-post.html )

ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป
ผู้โดยสารที่เดินทางภายในประเทศต้องมาทำการเช็คอิน/ขึ้นเครื่องที่อาคาร 2 (Terminal 2)

ขั้นตอนขึ้นเครื่องบิน : ดอนเมือง Terminal 2 
คลิกลิ้งค์นี้เลยค่ะ >> http://iflytosky.blogspot.com/2016/05/terminal-2.html


สำหรับมือใหม่ที่ต้องขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง ไฟลท์นี้เราบินกับแอร์เอเชีย
ก็จะเป็นขั้นตอนคร่าวๆในการขึ้นเครื่องบิน พวกสัมภาระ น้ำหนักกระเป๋านี่ต้องแล้วแต่ข้อกำหนดของแต่ละสายการบินนะคะ

(เดินทางเมื่อ สิงหาคม 2558)

ไฟลท์เราวันนี้ ไปหาดใหญ่ ไฟลท์ 06.40 น. (เช้ามาก)
ไฟลท์ในประเทศควรมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออก 1-2 ชั่วโมง

ไฟลท์นี้ควรมาถึง ตี4 ครึ่ง แต่เรามารอตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว กลัวตกเครื่อง


ตอนนี้เที่ยงคืนเคาท์เตอร์เช็คอินปิดอยู่
ถ้าเช็คอินปกติก็คือ นำบัตรประชาชนมายื่นกับเจ้าหน้าที่ให้เค้าออก Boarding pass ให้

แต่เจ้านี้ ผู้โดยสารเยอะ เค้าจะมีตู้เช็คอินอัตโนมัติ ให้เราเช็คอินเองได้
เราก็จัดไป  ใช้ง่าย มีภาษาไทยด้วย เราไม่ได้โหลดกระเป๋า มีเป้ใบเดียว หิ้วขึ้นเครื่องเลย
น้ำหนักห้ามเกิน 7 ก.ก.




ได้ Boarding pass มาแล้ว
Boarding pass คือ บัตรผ่านขึ้นเครื่อง
ในนี้จะระบุ

Name : ชื่อผู้โดยสาร
Depart : บินจากเมืองไหน/ต้นทาง
Arrive : ปลายทาง
Flight no. : หมายเลขเที่ยวบินของเรา
DATE :  วันที่เดินทาง
Boarding time : เวลาที่จะเรียกขึ้นเครื่อง เราต้องไปรอหน้าเกทตามเวลานี้
Gate no. : ประตูขึ้นเครื่อง
Seat no. : ที่นั่ง



เกือบตี 4 เกทเปิดแล้ว เข้าไปในเกทกัน  จะมีเจ้าหน้ายืนตรวจ Boarding pass กับบัตรประชาชนก่อนเข้าไป



พอเข้ามาแล้วจะเจอส่วนของสแกน เอากระเป๋าใส่ลงในตะกร้า โน๊ตบุคให้เอาออกมาใส่ตะกร้าแยกออกมาต่างหาก โทรศัพท์ให้เอาออกจากกระเป๋าเช่นกัน ไม่พกติดตัว แล้วเดินผ่านเครื่องสแกน

เข้ามาแล้ว เนื่องจากเช็คอินไปตอนเที่ยงคืน ในBoarding pass ไม่ได้ระบุเกท เลยต้องมาดูด้านใน
เกทควรจะเช็คเรื่อยๆ เพราะบางทีอาจจะมีการเปลี่ยนเกทได้ เดี๋ยวตกเครื่อง

ไฟลท์เราไปหาดใหญ่ หวยออกที่ เกท 44 จ้า



เดินเข้ามาจะมี 7-11 ด้วย ใครหิวก็แวะได้
ไปรอขึ้นเครื่องดีกว่า ตามป้ายไปเลย


มีป้ายบอกตลอด มาถึงตรงนี้ เกทเรา 44 เลี้ยวซ้ายเลย


เกท 44 ตรงไปอีก


เจอแล้วเกท 44


เพิ่งตี 4 กว่า เงียบไปนะ


เริ่มเช้าแล้ว ลำนี้จะพาเราไปหาดใหญ่
เป็นเครื่องบิน AIRBUS A320 จัดที่นั่งแบบ 3-3 มีทางเดินเดียว



ได้เวลาขึ้นเครื่อง ก็ยื่นบัตรประชาชน  กับ Boarding pass ให้เจ้าหน้าที่


เดินตามเค้าไป


จะมีแอร์อยู่หน้าเครื่อง เค้าอาจจะขอดูBoarding pass กับบัตรประชาชนก็ยื่นให้เค้าดูอีกรอบ
บางทีก็จะบอกเราว่า ที่นั่งเรานั่งตรงไหน "แถว 21 ฝั่งซ้ายมือนะคะ" ไรงี้

ได้ที่นั่งแล้ว 21E แบบสุ่ม ไม่ได้เลือกมา  ไม่ติดหน้าต่าง  (เลือกที่นั่ง เสียตังค์เพิ่ม )


ได้ที่นั่งก็รัดเข็มขัดให้เรียบร้อย กระเป๋าเอาเก็บไว้บนช่องเก็บของเหนือศีรษะ หรือ เอาไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้า


ปิดประตู แอร์จะเริ่มสาธิตการใช้อุปกรณ์บนเครื่องบิน  เสร็จปุ๊บก็ Take off


ไม่ได้ถ่ายอะไรเลย ง่วงมาก หลับ ฮ่าๆ เดี๋ยวแอร์จะมีอาหาร ขนม มาขาย ใครหิวก็ซื้อทานได้
พักผ่อนตามอัธยาศัย ฟังเพลง นอน  ตามสบายเลย

ชั่วโมงกว่าๆ ผ่านไป  ถึงแล้วหาดใหญ่  เครื่องลง รอเครื่องจอดสนิท เทียบงวง หยิบกระเป๋า
ประตูเปิดก็เดินตามเค้าออกมาเลย


ก่อนออกจากเครื่อง แอร์ก็จะแจ้งว่าไฟลท์เรารับกระเป๋าที่สายพานไหน (Belt) แต่ถ้าออกมาแล้ว ก็สามารถดูจากจอได้


ส่องอีกหน่อย ^ ^



เดินลงบันไดเลื่อนมาก็จะเจอสายพานรับกระเป๋า ใครโหลดกระเป๋าก็รอรับได้ที่นี่
ส่วนใครไม่ได้โหลดก็เดินตัวปลิวออกมาได้เลย


สรุป บินไฟลท์ในประเทศ

>>มาถึงสนามบินก่อน 1-2 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก
>>เช็คอิน ยื่นบัตรประชาชน
>>รับBoarding pass เข้าเกท
>>สแกน
>>ไปรอที่เกท
>>รอเรียกขึ้นเครื่อง
>>ขึ้นครื่อง > รัดเข็มขัด> Take off
>>เครื่องลง> ปลดเข็มขัด >เดินตามคนข้างหน้า> รอรับกระเป๋า> เสร็จพิธี

ง่ายๆ ไม่ยาก หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่นะ

ขอให้สนุกกับการเดินทางนะคะ ^ ^


เรียนอังกฤษ-จีนง่ายๆสไตล์เด็กสาบยวิทย์ พร้อมเทคนิคสอบ TOEIC 650+  >> https://www.ookbee.com/shop/book/0f99be8a-3ec4-42f1-a855-01896495e9b7/เรียนอังกฤษ-จีนง่ายๆ-สไตล์เด็กสายวิทย์?fbclid=IwAR2_wVFWhWrLTyAKpU0ZcY7EignK-c8UTgglyU7QzSxx-xwTPLiCkBFMkhs


บินเดี่ยวเที่ยวมาเลเซียKL-มะละกา >> http://journeyofarrow.blogspot.com/2017/02/kl-part-1-lets-go-to-kl.html

บินเดี่ยวเที่ยวสิงคโปร์ >> http://journeyofarrow.blogspot.com/2016/06/birthday-trip-in-singapore-part-1.html?m=0

บินเดี่ยวเที่ยวเชียงใหม่ >> http://journeyofarrowinthai.blogspot.com/2017/04/no-plan-4-3.html

บินเดี่ยวเที่ยวปีนัง >> http://journeyofarrow.blogspot.com/2015/08/solo-trip-to-penang-part1.html

บินเดี่ยวเที่ยวไต้หวัน >> http://journeyofarrow.blogspot.com/2015/11/solo-trip-to-taiwan-part-1.html

ชอบเดินทาง/ชอบเที่ยว/ชอบเครื่องบิน แวะไปคุยกันได้ที่ >> https://www.facebook.com/Journey-of-Arrow-1161356250559423/