แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นเครื่องบิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขึ้นเครื่องบิน แสดงบทความทั้งหมด

ขั้นตอนขึ้นเครื่องบิน New Normal สุวรรณภูมิ 2020

สวัสดีค่ะทุกคน^^ โพสต์นี้จะมาอธิบายขั้นตอนขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่ ที่สุวรรณภูมิในยุค New normal นะคะ
จะเป็นอย่างไรบ้างตามไปขึ้นเครื่องกันเลยค่า ^^

Vlog บินเดี่ยวเที่ยวภูเก็ต 1 วัน ไฟลท์ดีเลย์ทั้งขาไปและขากลับ!! >> https://www.youtube.com/watch?v=hrLQNHGZKUo
.
รีวิว พามือใหม่ขึ้นเครื่องบิน @ สุวรรณภูมิ ภายใน 3 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=_-9Qn7u4BXs&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ
.
คลิป พาเข้าห้องน้ำบนเครื่องบิน ภายใน 2 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=QNjDALQ9024&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=3
.
วันนี้เราขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สนะคะ เวลา 14:40 น.
ก่อนอื่นคุณต้องดูก่อนว่าจองไปกับสายการบินอะไร และเครื่องออกเวลากี่โมง 

ต้องมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออกอย่างน้อย 1.30 ชั่วโมงนะคะ

เรานั่งแอร์พอร์ตลิ้งค์มาค่ะ แล้วก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้น 4 ค่ะ จะเป็นส่วนของผู้โดยสารขาออก 
ถ้าใครนั่งแท็กซี่มา คนขับก็จะมาส่งที่ชั้น 4 ค่ะ ส่วนไฟลท์ในประเทศ เคาท์เตอร์เช็คอินจะอยู่แถวๆประตู 2

(จะมี 10 ประตูค่ะ บางทีคนขับจะถามว่าลงประตูไหน ถ้าไฟลท์ในประเทศก็บอกไปเลยว่าลงประตู 2
ถามว่าลงประตู 10 ได้มั้ย ก็ได้เช่นกันค่ะ แต่เราจะเดิยย้อนกลับมาไกลมาก)

มาถึงชั้น 4แล้วค่ะ คนเบาบางมาก >< มาถึงประมาณบ่ายโมงค่ะ


จากนั้นมองหาไฟลท์บอร์ดค่ะ จะเป็นหน้าจอแสดงเที่ยวบินต่างๆค่ะ 
เราต้องไปดูว่าเคาท์เตอร์สายการบินที่เราใช้บริการ ต้องไปเช็คอินที่ ROW (แถว)ไหน

ไฟลท์บอร์ดหน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ 


เดินมาดูใกล้ๆ จะมีชื่อสายการบิน เวลาที่เครื่องออก  
อย่างของเราบินบางกอกแอร์เวย์สไปเชียงใหม่เวลา 14:40 น. เช็คอินที่ ROW F ค่ะ
status (สถานะ) ตอนนี้เปิดให้เช็คอินได้แล้วค่ะ เดินไป ROW F กันค่ะ


ROW F อยู่นี่


สาเหตุที่ต้องมาก่อนตั้งชั่วโมงครึ่ง เพราะจะมีเวลาปิดเคาท์เตอร์เช็คอินด้วยค่ะ 
อย่างของบางกอกแอร์เวย์เคาท์เตอร์ปิดก่อนเครื่องออก 40 นาทีค่ะ 

(อย่างถ้าเครื่องออก 14:40 น. แต่เรามาถึง 14:10 น. แปลว่าเคาท์เตอร์ปิดไปแล้ว ทำอะไรไม่ได้แล้วนะคะ 
ทางสายการบินก็แจ้งไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นขึ้นเครื่องบิน เวลาเป็นสิ่งสำคัญค่ะ )


เดินไปเช็คอินค่ะ เข้าไปต่อแถว พอถึงคิวเราก็ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค่ะ 
(ถ้าไปต่างประเทศจะใช้พาสปอร์ตเท่านั้น)

ถ้าใครมีกระเป๋าใบใหญ่ก็โหลดได้ค่ะ ตามน้ำหนักที่สายการบินกำหนด ถ้าน้ำหนักเกินก็ต้องจ่ายเพิ่ม 
อย่างของสายนี้ ช่วงนี้โหลดกระเป๋าฟรี 40 กิโลค่ะ ของเรามีแค่กระเป๋าเป้ เลยไม่ได้โหลดค่ะ

แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะให้ Boarding pass (บัตรผ่านขึ้นเครื่อง) มาให้เราค่ะ
หน้าตาเป็นแบบนี้ มาดูกันว่ามีรายละเอียดอะไรบ้าง



Flight : หมายเลขเที่ยวบินค่ะ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ2ตัวแรกคือ รหัสสายการบิน 
ส่วนตัวเลข คือหมายเลขเที่ยวบินค่ะ
หลายคนอาจจะได้ยินบ่อยๆ เช่น TG อันนี้รหัสของการบินไทยค่ะ 
ส่วนของบางกอกคือ PG ค่ะ
Boarding time : เวลาที่เจ้าหน้าที่จะเรียกขึ้นเครื่อง
Gate : ประตูขึ้นเครื่อง ต้องไปรอขึ้นเครื่องให้ถูกGateด้วยนะคะ
Seat : ที่นั่งของเรา 
Name : ชื่อของเรา
From : บินจากเมืองไหน 
To : บินไปลงที่เมืองไหน
Date : วันที่เดินทาง
Departure time : เวลาที่เครื่องออก (take off)

ได้บอร์ดดิ้งพาสมาแล้วเราจะเข้าไปในเกท(Gate)กันค่ะ

ทางเข้าจะอยู่ฝั่งซ้ายมือสุดของอาคารผู้โดยสารค่ะ ตรงนี้เลย


จากตรงนี้ก็สแกนคิวอาร์โค้ด  แล้วก็ไปกรอกข้อมูลต่อด้านในได้ค่ะ
แสดงบัตรประชาชนกับ boarding pass ให้เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วเดินเข้ามาได้เลยค่ะ


พอผ่านเจ้าหน้าที่มายังไม่ได้สแกนกระเป๋าตรงนี้ค่ะ เมื่อก่อนก็คือสแกนตรงนี้ 
แต่ย้ายแล้วเพื่อลดความแออัด
เดินลงบันได้เลื่อนไปค่ะ


ยาวไป ยาวไป


ลงบันไดเลื่อนมาแล้ว เลี้ยวซ้ายนะคะ ยาวไปค่ะ 
เดินจนมาถึงสามแยกค่ะ Gate A1-9 เลี้ยวซ้ายนะคะ
Gate B1-9 เดินตรงเยื้องๆไปอีกค่ะ

วันนี้เราขึ้นเครื่องเกท A2 ค่ะ เลี้ยวซ้ายเลย 
ถ้างงหรือต้องการความช่วยเหลือจะมีเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์อยู่ตรงนี้ด้วยนะคะ ^^


เดินตรงมาเรื่อยๆค่ะ ก็จะเจอป้ายบอกให้ไปจุดตรวจค้น (จุดที่ต้องสแกนกระเป๋า)

(แต่เราบินกับบางกอกแอร์เวย์ส ทางสายการบินมีห้องรับรองให้เข้าไปทานอาหาร นั่งพักผ่อนได้ค่ะ
เราเลยแวะไปทานอาหารก่อนค่ะ แล้วค่อยเข้าไปในเกท)


ทานเสร็จก็เดินกลับมาที่เดิม ขึ้นบันไดเลื่อนไปก็จะเจอจุดตรวจค้นค่ะ


ก่อนเข้าไปก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจ boarding pass อีกที อย่างวันที่เราบิน เจอผู้ชายคนนึง
เค้าต้องไปขึ้นเครื่องที่เกท B5ค่ะ ซึ่งมันคนละฝั่งเลย เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เค้าไปเช็คเกทมาใหม่ 
อย่างที่บอกค่ะ ขึ้นเครื่องบินต้องเผื่อเวลา นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไมเราต้องมาก่อนเวลาเครื่องออกเป็นชั่วโมง

ส่วนของติดตัว สาวๆไปเที่ยวทะเล ระวังพวกของเหลวต่างๆนะคะ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ต่างๆ 
ของเหลวพวกนี้ถ้าเกิน 100 ml. จะไม่อนุญาตให้ติดตัวขึ้นเครื่องค่ะ ต้องทิ้ง 
วิธีดูก็คือดูที่ข้างขวดเลยค่ะ อย่างถ้าข้างขวดเขียนว่า 120 ml. แปลว่า เกิน อันนี้ต้องทิ้งค่ะ

ถ้ามีโน๊ตบุค โทรศัพท์ก็เอาออกจากตัวค่ะ ใส่ตะกร้าแล้วก็เดินผ่านเครื่องสแกนค่ะ 

สแกนเสร็จเดินไปเกทกันค่ะ เดินหาเลย A2
ถึงแล้ว ไปเชียงใหม่ ไม่ผิดแน่นอน 
ถ้ามาแล้ว หน้าจอไม่ตรงกับในบอร์ดดิ้งพาสก็ต้องไปเช็คบนไฟลท์บอร์ดนะคะ 
เพราะบางทีก็มีการเปลี่ยนเกทค่ะ



เดินลงไปตามทางเลยค่ะ แอบถามเจ้าหน้าที่มาว่าไฟลท์นี้ผู้โดยสารเยอะมั้ย
เจ้าหน้าที่บอกว่า จองมาประมาณ 80 คนค่ะ คนก็จะบางตาแบบนี้ค่ะ
ปกติไฟลท์เชียงใหม่นี่ ขายดีค่ะ ไม่ว่าจะสายการบินไหน คนแน่นตลอด 


 ลงมาแล้วค่ะ นั่งรอเรียกขึ้นเครื่อง ใครอยากเข้าห้องน้ำ ด้านในเกทมีห้องน้ำค่ะ 

Social Distancing


เรียกขึ้นเครื่องแล้วค่ะ ไปค่ะ
ยื่น boarding pass กับบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ค่ะ แล้วก็เดินมาตามทางเลย 


บนทางเดินแห่งความฝันนี้ ..


อย่าเพิ่งเก็บ boarding pass กับบัตรประชาชนนะคะ เข้ามาจะเจอลูกเรือรอต้อนรับอยู่หน้าประตูเครื่อง
ลูกเรือจะทำการเช็คอีกทีว่าเราขึ้นเครื่องไม่ผิดลำ

แล้วก็เดินหาที่นั่งค่ะ ถ้าไม่ทราบก็ถามลูกเรือค่ะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องอายนะคะ 
ลูกเรือเค้ามีหน้าที่ช่วยเหลือผู้โดยสารอยู่แล้วค่ะ ^^

ได้ที่นั่งแล้วรัดเข็มขัดด้วยนะคะ วิธีใส่ก็เหมือนกับเข็มขัดบนรถยนต์เลยค่ะ แค่เสียบหัวทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน

(แต่เวลาปลดเข็มขัดต้องยกหัวเข็มขัดขึ้นนะคะ มันถึงจะปลดออก ^^ ต่างจากบนรถยนต์ค่ะ)


ส่วนกระเป๋าก็เก็บไว้บนที่เก็บสัมภาระด้านบนศีรษะ ตามรูปเลยค่ะ


ถ้าใครไม่อยากไว้ด้านบน เพราะมีของมีค่า อยากเอาไว้ติดตัว 
ก็สามารถสอดกระเป๋าไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าแบบนี้ค่ะ


ส่วนกระเป๋าด้านหน้าที่นั่งจะมี safety card ค่ะ กับถุงกระดาษเล็กๆ เผื่อเมาเครื่อง แล้วอยากอาเจียน


ระหว่างนี้ลูกเรือจะสาธิตการใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยบนเครื่องก่อนที่เครื่องจะเทคออฟนะคะ
รับชมไปค่ะ เพลินๆ ^^

จากนั้นก็เทคออฟค่ะ bye bye BKK  มองเห็นสนามบินสุวรรณภูมิด้วย ^^


ถ้าเป็นเมื่อก่อน หลายสายการบินจะมีการบริการ อาหารเครื่องดื่ม ของว่างต่างๆ แต่เนื่องจากโควิดก็เลย
งดบริการอาหารเครื่องดื่มบนเที่ยวบินค่ะ และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วยนะคะ

****ตอนนี้ทาง กพท. (สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย)
 ได้อนุญาตให้มีการจำหน่าย/ บริการอาหารเครื่องดื่ม บนเครื่องบินได้ 
โดยผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ยกเว้น เวลารับประทานอาหารและเครื่องดื่ม
มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป


นั่งดูวิวไปค่ะ ประมาณชั่วโมงก็ใกล้จะถึงเชียงใหม่แล้ว ^^


ถึงเชียงใหม่แล้วค่ะ 


พอเครื่องจอดสนิท ทางลูกเรือก็จะประกาศให้ออกเป็นแถวๆค่ะ 
เช่น แถว1-5 หยิบสัมภาระแล้วเดินออกจากตัวเครื่องก่อน เพื่อลดความแออัดค่ะ 


เดินตามคนข้างหน้าไปเลยค่ะ 



จนมาเจอป้ายรับกระเป๋า เดินลงบันไดเลื่อนไปเลยค่ะ


ถ้าใครโหลดกระเป๋าจะมีหน้าจอบอกค่ะว่า เราต้องไปรับกระเป๋าที่สายพาน (Belt) หมายเลขอะไรค่ะ
อย่างไฟลท์นี้ ต้องไปรับกระเป๋าที่ Belt 2


หน้าตาสายพานเป็นแบบนี้ค่ะ ถ้าเราเห็นกระเป๋าเรา ก็ไปลากออกมาได้เลยค่ะ


วันนี้เราไม่ได้โหลดกระเป๋า ก็เดินออกมาได้เลย ^^



ถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ? สำหรับมือใหม่ ^^ 

สรุปขั้นตอนขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่2020คร่าวๆ 

ไปถึงสนามบินก่อนเครื่องออก 1.30 ชั่วโมง >> มองหาเคาท์เตอร์เช็คอิน >> ยื่นบัตรประชาชน
>> เดินไปฝั่งขาออก >> สแกนคิวอาร์โค้ด ลงทะเบียน >> ผ่านเข้ามาด้านใน มองหาเกทตัวเอง ฝั่ง AหรือB
>>เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปสแกนสัมภาระและร่างกาย >> เดินไปที่เกท >> รอเรียกขึ้นเครื่อง 
>> ขึ้นเครื่องแล้วรัดเข็มขัด เก็บสัมภาระ >> นั่งหลับ ฟังเพลง >> เครื่องลง >> หยิบสัมภาระ เดินตามคนข้างหน้ามาเรื่อยๆจนเจอ สายพานรับกระเป๋า 
>> ถ้าไม่ได้โหลดก็เดิน ออกมาเลยจ้า ^^


หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่นะคะ ^^ 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่า ^^

รีวิว ขาเข้า สุวรรณภูมิ สำหรับมือใหม่ ll พร้อมพาเข้าเมืองโดยแอร์พอร์ตลิ้งค์ >> https://www.youtube.com/watch?v=p14L-3xtkg8&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=2

6 วิธีฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง จนได้ไปอเมริกาแบบฟรีๆ >> https://www.youtube.com/watch?v=EOFnLGlMmOw&list=PLMT6hOQ0XoJKhrmjS3SjKZBqFPEAZSbrF

E-book บันทึก 239 วันเมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ >> https://www.mebmarket.com/ebook-127839-บันทึก-239-วัน-เมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ




ขั้นตอนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก สำหรับมือใหม่ (สุวรรณภูมิ)

สวัสดีค่ะ ^^

หลังจากโควิด  เราต้องขึ้นเครื่องบินแบบ New Normal แล้วนะคะ 
ไปอัพเดทกันว่าปี 2020 ขั้นตอนขึ้นเครื่องบินภายในประเทศของฝั่งสุวรรณภูมิเป็นอย่างไรบ้าง

Vlog บินเดี่ยวเที่ยวภูเก็ต 1 วัน ไปเช้าเย็นกลับ ไฟลท์ดีเลย์ทั้งขาไปและขากลับ!! >>https://www.youtube.com/watch?v=hrLQNHGZKUo

รีวิว พามือใหม่ขึ้นเครื่องบิน @ สุวรรณภูมิภายใน 3 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=_-9Qn7u4BXs&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ

คลิป พาเข้าห้องน้ำบนเครื่องบิน ภายใน 2 นาที >> https://www.youtube.com/watch?v=QNjDALQ9024&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=3

.
รีวิว ขาเข้า สุววรณภูมิมือใหม่ ll พร้อมพาเข้าเมืองโดยแอร์พอร์ตลิ้งค์ >> https://www.youtube.com/watch?v=p14L-3xtkg8&list=PLMT6hOQ0XoJK--h_dnUiv6CVggb1_BgJQ&index=2
.


.
.
.
.
ปัจจุบัน การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นเรืองที่แพร่หลาย ใครๆก็สามารถบินได้
เนื่องจากมีสายการบินเปิดใหม่มากกว่าเมื่อก่อน  สายการบินมีการจัดโปรโมชั่นเรียกลูกค้า ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินไม่แพงมาก หลายคนอาจจะกังวลในเรื่องของการขึ้นเครื่องบินครั้งแรก อาจจะต้องไปดูงานต่างจังหวัด/ต่างประเทศ  ยิ่งต้องบินคนเดียวอาจจะไม่มั่นใจ กังวลต่างๆ

วันนี้เรามีขั้นตอนการขึ้นเครื่องบินสำหรับมือใหม่มาฝาก  โดยในโพสต์นี้จะเป็นการขึ้นเครื่องที่ สนามบินสุวรรณภูมิ จองตั๋วกันแล้วเนอะ  ไปสนามบินกันเล๊ย

*รีวิว ต่อเครื่อง (transit) ไม่ยากอย่างที่คิด Toronto-Manila-BKK จ้า >> https://iflytosky.blogspot.com/2019/09/transit-halifax-toronto-manila-bkk.html

อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น2 จะเป็นส่วนของผู้โดยสารขาเข้า(Arrival)
ชั้น 4 จะเป็นส่วนของผู้โดยสารขาออก (Departure) อาคารผู้โดยสารมี 10 ประตู

มาถึงชั้น 4 ในส่วนของผู้โดยสารขาออกแล้ว


(**ก่อนขึ้นเครื่อง เผื่อหิว รีวิวนี้แนะนำฟู้ดคอร์ท สุวรรณภูมิ ชั้น 1 ราคาไม่แพงจ้า >> http://iflytosky.blogspot.com/2017/03/magic-food-point-1.html )

วันนี้จะขึ้นเครื่องไปภูเก็ต กับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ค่ะ มาดูที่ไฟลท์บอร์ดเลย
ว่าไปภูเก็ต ไฟลท์ 12.25 น. กับบางกอกแอร์เวย์ เช็คอินที่ ROW (แถว)ไหน

*ไฟลท์ในประเทศควรมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออก ประมาณ 1.30 - 2 ชั่วโมง
ไฟลท์ต่างประเทศควรมาถึงสนามบินก่อนเครื่องออกประมาณ 3 ชั่วโมง เนื่องจากมีส่วนของการผ่าน ต.ม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ซึ่งต้องใช้เวลา ยิ่งช่วงเทศกาลมีผู้โดยสารจำนวนมาก อาจจะทำให้ช้า เดินไปขึ้นเครื่องที่เกทไม่ทัน ต้องเผื่อเวลาไว้หน่อยสำหรับไฟลท์ต่างประเทศ

บนจอบอกว่า เช็คอินที่ Row F ค่ะ ตอนนี้เคาท์เตอร์เปิดแล้ว เดินไปเช็คอินรับบอร์ดดิ้งพาสได้เลย


Row F อยู่ที่นี่ค่ะ


ไปต่อแถวรอเช็คอิน  ขึ้นเครื่องภายในประเทศ ใช้บัตรประชาชน
ถ้าหายหรือไม่ใช้บัตรประชาชน ก็สามารถใช้เอกสารอย่างอื่นที่ทางราชการออกให้ เช่น ใบขับขี่หรือ พาสปอร์ต เป็นต้น  แต่ถ้าไปต่างประเทศต้องใช้พาสปอร์ตเท่านั้นค่ะ


เช็คอิน (Check-in) คือ ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องเลือกที่นั่ง กับโหลดกระเป๋า ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน ว่าโหลดกระเป๋าฟรีมั้ย เลือกที่นั่งต้องเสียตังค์มั้ย
สำหรับสายการบินที่เราบินวันนี้เป็นแบบ Full service คือ เลือกที่นั่งฟรี โหลดกระเป๋าฟรี 20 กก. มีอาหารว่างให้ทานบนเครื่องฟรี
ส่วนสายการบินLow cost ถ้าจะเลือกที่นั่งหรือ โหลดกระเป๋า อาจจะมีค่าใช่จ่ายเพิ่ม ถ้าไม่โหลดกระเป๋า แล้วหิ้วขึ้นเครื่องให้ระวังในส่วนของสิ่งต้องห้าม ที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบิน ซึ่งจะกล่าวถัดไป ตอนนี้เช็คอินรับBoarding pass กันก่อน

Boarding pass คืออะไร?

Boarding pass คือ บัตรผ่านขึ้นเครื่อง เป็นบัตรที่จะบอกถึงรายละเอียดไฟลท์ที่เราจะบิน  บินจากไหนไปที่ไหน มีชื่อเรา เกทที่จะขึ้นเครื่อง  เวลาที่จะเจ้าหน้าที่เรียกขึ้นเครื่อง  และระบุที่นั่งของเรา
วันนี้สายการบินที่เราใช้บริการสามารถเลือกที่นั่งได้  เลยขอที่นั่งริมหน้าต่าง
ได้Boarding Pass มาแล้ว  หน้าตาของBoarding pass เป็นบัตรกระดาษแข็งๆ
บางสายการบินจะเป็นกระดาษคล้ายๆสลิป


Name :: ชื่อผู้โดยสาร ตอนจองตั๋วต้องสะกดให้ตรงกับในบัตรประชาชนนะ เป็นภาษาอังกฤษ (ขอลบชื่อตัวเองค่ะ )
Date :: วันที่เดินทาง
From :: จากที่ไหน  ชื่อเมือง/ชื่อสนามบิน
To:: จุดหมายปลายทาง
Boarding Time :: เวลาที่จะเรียกขึ้นเครื่อง  ในBoarding pass นี้ เรียกขึ้นเครื่องตอน 11.45 น.
Seat :: ที่นั่งของเรา
Gate :: ทางออกขึ้นเครื่อง แต่เรียกๆกันสั้นว่าเกท (Gate) ที่สุวรรณภูมิส่วนของDomestic (ภายในประเทศ) จะแบ่งเป็น Concourse A กับ B  วันที่เราไปขึ้นเครื่องที่ เกท B2

ได้boarding pass แล้วไปเกทกัน สำหรับขาออกภายในประเทศ ( Domestic Departures)
จะอยู่แถว Row B/C ค่ะ ตรงนี้เลย


แต่ก่อนผ่านเข้าเกทต้องโดนสแกน (X-ray )ก่อน ว่ามีสิ่งของต้องห้ามที่ห้ามนำขึ้นเครื่องบินมั้ย เช่น ของมีคม (มีด กรรไกร)  ส่วนของของเหลว พวกสบู่เหลว โลชั่น ครีมต่างๆ ห้ามเกิน100 มิลลิลิตร (ml.)  ดูได้จากข้างขวด  ถ้าโลชั่นเขียนข้างขวดว่า 80 ml. แสดงว่าขวดนี้ขึ้นเครื่องได้  แต่ถ้าอีกขวดเขียนว่า 120 ml. เหลือแค่ครึ่งขวดก็จริง แต่ต้องทิ้ง เอาขึ้นเครื่องไม่ได้ เพราะเกิน 100 ml. โดยดูจากข้างขวดเป็นหลัก ถ้าไม่อยากทิ้งของ ต้องดูด้วยว่าปริมาตรข้างขวดเกิน100ml.รึเปล่า
ตอนสแกน ถ้ามีโทรศัพท์มือถือ แล็บท็อป/โน็ตบุค ให้แยกออกมาใส่ตะกร้า สแกนต่างหาก ไม่ต้องตื่นเต้น เดี๋ยวเจ้าหน้าที่บอกเราเอง บางทีเค้าจะถามก่อนว่าในเป้มีโน๊ตบุคมั้ย ถ้ามีคือต้องเอามาจากเป้ แล้ววางใส่ตะกร้าอีกใบ แล้วสแกน

ผ่านขั้นตอนสแกนแล้ว จะเจอบันไดเลื่อน (ยาวมาก) จากชั้น4 ลงไปชั้น2
จะเจอป้ายบอก  มีป้ายบอกตลอดไม่ต้องกลัวหลง
เกท A1-9 , B1-9 เลี้ยวซ้าย


 เลี้ยวซ้ายมาจะเป็นแบบนี้ เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ถ้าไม่อยากเดินมาก จะมีทางเลื่อนด้วย แล้วแต่ชอบ
(ที่สุวรรณภูมิจะมีเสียงจากทางเลื่อนด้วยว่า "ระวังสิ้นสุดทางเลื่อน / End of the walkway!!")


ถ้าไปเกท A ก็เลี้ยวซ้ายค่ะ  ส่วนเกท B เดินตรงไปอีก


เกท B2 เดินตรงไปอีกค่ะ


เจอเกทแล้ว
หน้าเกทจะมีบอกว่า ไฟลท์ไหน


เข้ามาแล้วภายในเกทเป็นแบบนี้


เกทนี้ไปภูเก็ตไม่ผิดแน่นอน


เครื่องจอดรอเราอยู่แล้ว


ถึงเวลาขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่จะเรียกขึ้นเครื่อง อาจะเป็นผู้โดยสารโซน B แถว 15-28 ขึ้นเครื่องก่อน
แล้วตามด้วยผู้โดยสารโซนA แถว 1-14 ขึ้นทีหลัง อะไรประมาณนี้ ก็เข้าแถว แสดงบัตรประชาชนกับBoarding pass ให้เจ้าหน้าที่ดูค่ะ


เดินตามเค้าไป


เมื่อถึงประตูเครื่องจะมี ลูกเรือ (แอร์โฮสเตส/สจ๊วต) อยู่หน้าเครื่อง คอยต้อนรับ จะถามว่าเรานั่งแถวไหน
เค้าจะได้บอกเราว่าที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายฝั่งขวา  ถ้าแอร์ขอดูBoarding pass ก็ให้เค้าดูเถอะ เผื่อมีคนแปลกปลอม เราอาจจะขึ้นผิดเกท เราจะไปภูเก็ต  แต่เปลี่ยนเกทกะทันหัน ลำนี้อาจจะไปเชียงใหม่ก็ได้
แต่วันนี้ไม่ผิดเกทนะ

เข้ามาข้างในแล้ว


นั่งประจำที่  รัดเข็มขัดด้วย วิธีรัดเหมือนกันกับเข็มขัดรถยนต์  แต่เวลาถอดไม่ได้กดลงแล้วปลดล็อค แต่ต้องดึงหัวเข็มขัดขึ้น ถ้าไม่แน่ใจถามคนข้างๆ หรือไม่ก็ถามคุณแอร์
ส่วนกระเป๋าให้เก็บไว้บนที่เก็บของเหนือศีรษะ  หรือเอาไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าของท่าน (ไม่ต้องวางไว้บนตักนะ)


ได้เวลา Take off  ระหว่างนี้จะได้ชมสาธิตการใช้อุปกรณ์บนเครื่องบิน (เสื้อชูชีพ เข็มขัด หน้ากากออกซิเจน) และวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ถ้าบนเครื่องมีจอทีวีก็อาจจะเปิดแล้วชมจากจอ แต่ถ้าไม่มี ลูกเรือจะเป็นผู้สาธิตอุปกรณ์ให้เราชมค่ะ

Take off แล้ว


เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงภูเก็ตแล้วค่ะ


เครื่องจอดสนิท ปลดเข็มขัด หยิบกระเป๋า เดินตามคนข้างหน้าออกจากเครื่องไปเลย


ถ้าโหลดกระเป๋า ก็รอรับกระเป๋าตรงสายพาน ถ้ามีหลายสายพาน ก่อนลงจากเครื่องคุณแอร์ก็จะประกาศบอกว่ารับกระเป๋าได้ที่สายพานไหน  แต่ถ้าไม่ทราบ  เดินออกมาตรงที่รับกระเป๋าจะมีจอบอกว่าไฟลท์ไหนรับกระเป๋าที่สายพานไหน


ถ้าไม่ได้โหลดก็เดินตัวปลิวออกมาได้เลยค่ะ


แค่นี้เอง ง่ายๆชิวๆ สำหรับมือใหม่ แรกๆอาจจะงงๆไม่ค่อยคล่อง
แต่ถ้าเดินทางบ่อยๆจะคล่องขึ้นเยอะเลย ^^

สรุปขั้นตอนง่ายๆเวลาขึ้นเครื่องบิน

ไปถึงสนามบิน > หาเคาท์เตอฺร์เช็คอินให้เจอ >  ยื่นบัตรประชาชน > รับBoarding Pass > สแกน > หาเกทตัวเองให้เจอ > รอในเกท > รอเรียกขึ้นเครื่อง > ขึ้นเครื่องรัดเข็มขัด > Take off  >  ทานอาหารว่าง/หลับ/ ฟังเพลง  ตามอัธยาศัย > เครื่องลง > หยิบกระเป๋า เดินตามคนข้างหน้าออกมา > ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ เย่!!!!

ขอให้สนุกกับการนั่งเครื่องบินนะคะ ^^

ขั้นตอนขึ้นเครื่องบิน : ดอนเมือง Terminal 2 (ขาออกภายในประเทศ)

บันทึก 239 วันเมื่อฉันเป็นลูกเรือสำราญ


เที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเอง >> https://journeyofarrow.blogspot.com/

แบกเป้บินเดี่ยวเที่ยวญี่ปุ่น >> http://arrowinjapan.blogspot.com/2015/03/ep1-take-off-bye-bye-thailand.html